ตากฟ้า-ตาคลี เจออะไรห้ามทัก ห้ามจอด

ตากฟ้า-ตาคลี เจออะไรห้ามทัก ห้ามจอด ต้องบอกก่อนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเจอกับตัวเอง เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 นี่เอง เป็นช่วงก่อนวันสงกรานต์ บริษัทอื่นอาจจะยังไม่หยุดงาน แต่บริษัทผมเริ่มหยุดงานแล้ว ผมก็เลยคิดว่าอยากจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดพิษณุโลก ผม และแฟนออกเดินทางตั้งแต่เช้าตอนประมาณ 7 โมง ปกติผมเป็นคนที่ขับรถกลับบ้านค่อนข้างบ่อย แต่ว่าทุกครั้งที่กลับ ผมมักจะจำทางไม่ค่อยได้ ผมก็จะเปิด Google Map ตลอด

ซึ่งทุกครั้งมันก็จะบอกให้ผมวิ่งถนนสายเอเชียเส้นหลักตามปกติ แต่คราวนี้สิ่งที่แปลกคือ พอไปถึงแถว ๆ ช่วงนครสวรรค์ Google Map มันให้ผมตัดเข้าถนนเส้นรองเส้นนึง ชื่อว่า “ตากฟ้า” แล้วถนนเส้นนี้ผมไม่เคยไปสักครั้งด้วย ผมเลี้ยวเข้าไปเพราะเห็นว่า ยังเป็นตอนเช้าอยู่ และในใจรู้สึกว่าถนนเส้นนี้ดีจังเลย ไม่มีตรวจจับความเร็ว รถก็วิ่งน้อยด้วย จากตรงนี้อีก 230 กิโลก็จะถึงบ้านผมที่พิษณุโลก มันไปง่ายมาก ตรงอย่างเดียว ไม่มีเลี้ยว ผมก็เลยรู้สึกว่าผมชอบถนนเส้นนี้มาก

ผมกลับไปถึงบ้านวันที่ 8 แต่ตอนเช้าวันที่ 9 มีประกาศออกมาว่ากรุงเทพเป็นพื้นที่เสี่ยง สีแดง ให้คนที่เดินทางมาจากกรุงเทพต้องกักตัว 14 วัน ผมนั่งนับวัน ถ้าโดนกักตัวผมก็คงกลับไปไม่ทันวันเปิดงานนะสิ ซึ่งวันที่ 9 ตอนที่น้าผมมาบอกเป็นเวลาประมาณ บ่ายสามบ่ายสี่กว่า ผมก็โอเค ขออนุญาตกินข้าวเย็นกับที่บ้านก่อน และจะตีรถกลับทันที

ผม และแฟนออกเดินทางมาประมาณ 5 โมงเย็น ระหว่างที่ขับรถออกมาก็นึกขึ้นได้ว่า กลับทางเส้นตากฟ้าดีกว่า มันง่ายดี ไปโผล่อีกทีนครสวรรค์ สิงห์บุรี แปปเดียวก็ถึงกรุงเทพฯละ ผมก็เลยเลี้ยวเข้าไป ช่วงนั้น 5 โมงเย็นท้องฟ้ายังสว่างอยู่ไม่มีอะไร พอมันเริ่มเข้าทุ่มนึง ฟ้าเริ่มมืด ตลอดเส้นทางนี้ไม่มีไฟเลย ข้างทางมีแต่ป่า ต้นไม้ นาข้าว ปั้มน้ำมันก็ห่าง ๆ นาน ๆ จะเจอสักที ผมเริ่มเห็นว่ามันมืดแล้ว ผมต้องขับรถไปอีกไกล ผมก็กลัวว่าตัวเองจะเผลอหลับใน จนไปเจอปั้มแก๊สก็เลยเลี้ยวเข้าไป เพื่อจะเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาเสร็จ เราก็เดินกลับมาที่รถเพื่อไปต่อ

ถนน ตากฟ้า

“พี่…พี่เติมแก๊สมั้ยครับ?” เด็กปั้มเดินเข้ามาถามผม“ไม่ครับ ผมแค่แวะมาเข้าห้องน้ำครับ” ผมตอบ
“ละนี่พี่จะไปไหนกัน” เด็กปั้มถามผ“ผมจะเข้ากรุงเทพครับ”
“หา เวลานี้เนี่ยนะ”

ตากฟ้า ถนนเส้นนี้เจออะไรห้ามทัก ห้ามจอด

ตอนนั้นผมคิดในใจนี่แค่ทุ่มเดียวเอง ทำไมพูดเหมือนตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่ม-เที่ยงคืนอย่างอะ
“มันพึ่งจะทุ่มเดียวเองนะ” ผมพูดขึ้นมา
“โหพี่…ที่นี่จะทุ่มเดียว หรือตีหนึ่งก็เหมือนกัน มันไม่มีรถ มืดก็มืด มันอันตรายนะพี่ ขนาดคนพื้นที่ยังไม่ค่อยขับออกมาเลย ที่ผมมาถามพี่ เพราะว่าผมกำลังจะปิดปั้มกลับบ้าน”
“อ่อ โอเค” ผมตอบเบา ๆ
“โอเค งั้นพี่เดินทางปลอดภัยนะ ค่อย ๆ ขับนะพี่” เด็กปั้มพูด

ผมเดินกลับมาขึ้นรถเตรียมเปิด Google Map จำตอนแรกที่ผมบอกว่ามันเป็นทางตรงอย่างเดียวประมาณ 200 กว่าโลได้ไหม คราวนี้ Map มันบอกว่าอีก 15 กิโลให้เลี้ยวซ้าย ตอนนั้นผมก็ขับไป พอไปถึงปากทางที่ให้เลี้ยวซ้าย ผมเลยจอดรถคุยกับแฟนบอกว่า “มันให้เลี้ยวซ้ายวะ เธอ” แฟนผมตอบว่า “ก็ต้องเลี้ยวแหละ เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไร หรือเปล่า?”

ผมเลยบอกว่า “งั้นเราดู Map ก่อนมั้ย?” แฟนผมก็เลยนั่งดู Map ให้ชัวร์อีกครั้ง ซึ่งตาม Map มันบอกว่าต้องเลี้ยวเข้าไปในซอยประมาณ 7 กิโลให้เลี้ยวขวา ออกอีกซอยนึง ผมก็คิดว่า “อ่อ มันแค่เป็นตัวยู 7 กิโลเอง ช่างมันเถอะ” พอผมขับเข้าไป ปรากฎว่ามันเป็นถนนดินแคบ ๆ รถวิ่งได้คันเดียว ข้างทางมีต้นไม้รก ๆ ผมก็ค่อย ๆ เปิดไฟสูงขับเข้าไป

ผมขับไปอีกสักพัก Map บอกว่าอีก 500 เมตรให้เลี้ยวขวา พอผมเลี้ยวเท่านั่นแหละ ผมกับแฟนขนลุกเลยครับ เมื่อไฟสูงจากหน้ารถส่องไปเจอกำแพง ไม่ใช่กำแพงบ้านนะ แต่มันคือกำแพงวัด ทำไมผมถึงรู้ว่าเป็นกำแพงวัด ก็เพราะมันมีช่องสำหรับเก็บอัฐิคนตาย มีรูปติดอยู่ตามช่องอัฐิ มันเป็นกำแพงวัดเก่า ๆ มองไปทางซ้ายจะเห็นเป็นยอดเมรุ ผมหันไปพูดกับแฟนว่า แล้วเราจะเลี้ยวขวาได้ไง มันไปไม่ได้

ตอนนั้นผมรู้สึกใจไม่ดี เริ่มกลัว จึงรีบกลับรถเพื่อขับออกมาทางเดิม ระหว่างที่กำลังจะขับออกมา อยู่ ๆ ผมก็ได้ยินเสียงคนกรี๊ด ผมหันไปมองกระจกหลัง เห็นผู้หญิงคนนึงใส่เสื้อกล้าม นุ่งผ้าถุง ผมยาว ๆ กระเซอะกระเซิงกระโดดลงมาจากกำแพงวัดแล้วก็วิ่งมาทางผม

ผมรีบเหยียบคันเร่งออกรถขับไปจนถึงปากทาง ผมก็ขับกลับไปทางหลักทางเดิมที่ Map บอก  ใน Map ก็กลับมาเป็นเส้นทางเดิม บอกอีก 200 กว่าโลเหมือนเดิม ผมขับผ่านตรงนั้นไปได้ประมาณ 2 – 3 กิโล มองไปที่กระจกหลังเห็นว่ามีรถขับตามมา ผมก็เริ่มอุ่นใจ ที่มีเพื่อนร่วมทาง

แต่สักพักรถที่ขับตามมานั้นอยู่ ๆ ก็ตีขวาออกมาขับคู่กับผม พร้อมกับเปิดกระจก ชี้ไม้ชี้มืออะไรก็ไม่รู้ ตอนนั้นผมก็กลัวว่าเป็นโจรหรือเปล่า? ผมก็เลยไม่จอด พอผมเร่งเครื่องไปเขาก็เร่งเครื่องตามมา และขับนำหน้าผม

จนผมมองไปเห็นไฟ ว่าข้างหน้าเหมือนจะมีปั้มน้ำมัน ผมก็เลยตีออกขวา และเหยียบแซงไป พอถึงปั้มผมก็เลี้ยวเข้าปั้ม แต่เขาก็ยังขับตามผมเข้ามาจอดข้างรถผม และเดินมาเคาะกระจก บอกเลย ตอนนั้นผมไม่กล้าเปิด ตอนแรกเป็นผู้ชายเดินมาเคาะกระจกฝั่งผม พอเห็นว่าผมไม่เปิด สักพักก็เป็นผู้หญิงเดินลงมาเคาะ พวกเขามาเคาะกระจกทำท่าทางเหมือนให้ผมเปิดกระจกเพื่อจะคุยอะไรสักอย่าง

ผมเห็นว่าเป็นผู้ชายมากับผู้หญิงไม่น่าจะมีอะไร จึงลดกระจกลงมา แล้วก็ถามเขาว่า “มีอะไรหรือเปล่า ผมเห็นขับรถตามมาตั้งนานแล้ว” พี่ผู้หญิงก็พูดขึ้นมาว่า “น้อง ขับรถเข้าไปในวัดนั้นมาใช่ไหม” ผมก็ตอบว่า ​“ครับ” แล้วเขาก็พูดขึ้นอีกว่า “มันตามน้องมา น้องรู้หรือเปล่า? พี่ขับตามน้องจะมาบอกตั้งนานแล้ว น้องไม่จอด” ผมก็ถามว่า “ใคร ตามมาพี่??” เขาก็บอกว่า “ น้องไม่เห็นหรอ?”

“ผมเห็น แต่ผมเห็นแบบนี้ ” พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เข้าไปในวัดให้พี่เขาฟัง เขาก็บอกว่า “นั่นแหละ มันยังอยู่ข้างหลังลงมาให้หมดเลยทั้งสองคน” เท่านั้นแหละผมกับแฟนรีบลงรถจากเลย พอลงรถเสร็จ พี่ผู้ชายเดินไปข้างหลังรถถือพระไปองค์นึง และพูดขึ้นมาเสียงดังว่า “ไป มึงไป มึงมาทางไหนมึงไปทางนั้น ถ้ามึงไม่ไปกูจะแช่ง”

หลังจากที่พี่ผู้ชายพูดจบ เขาก็เดินกลับมาบอกผมว่า “มันไปแล้ว” พร้อมกับยื่นพระในมือมาให้ แล้วบอกว่า “พี่ส่งน้องได้เท่านี้นะ เก็บพระเอาไว้ ถ้ามีอะไรก็ท่องนะโม อย่าให้พระห่างตัว ให้เก็บติดตัวเอาไว้ตลอด เจออะไรห้ามจอด ห้ามทัก ห้ามเรียก ห้ามทุกอย่าง ขับรถไปให้ถึงบ้านอย่างเดียว ถ้ายังอยู่ในถนนเส้นนี้”

 “ครับ ขอบคุณมากครับ” แล้วพี่ผู้ชายพี่ผู้หญิงก็ขับรถออกไป ผมก็ขับไปต่อ ระหว่างทางตอนผมขับมาก็ไม่มีอะไร จน Map บอกว่าอีกประมาณ 150 กิโลจะถึงถนนสายเอเชีย ผมก็ขับไปเรื่อย ๆ คราวนี้แฟนผมนั่งอุ้มพระอยู่เผลอหลับไป พอขับไปสักพักผมก็เห็นผู้หญิงท้อง ใส่ชุดคลุมท้องสีขาว แต่ว่าชุดคลุมท้องเลอะเลือดเต็มไปหมด ยืนโบกรถอยู่ข้างทาง

ผมเห็น แต่ว่าทำเป็นไม่เห็นขับรถไปต่อ ผ่านมาอีกประมาณ 5 กิโล ผมก็เจออีก เจอผู้หญิงคนเดิมใส่ชุดคลุมท้อง ยืนโบกรถอยู่เหมือนเดิม ผมก็ขับไปอีก พอเลยไปอีก 5 กิโลผมก็เจออีก ผมก็ไม่จอดอีกเหมือนเดิม สักพักแฟนผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วกรี๊ด ผมรีบถามว่า “อะไร เป็นอะไร?” แฟนผมก็บอกว่า “ฝัน ฝันไม่ดี”

เรื่องผีสุดหลอน

ผมถามแฟนต่อว่า “ฝันอะไร?” แฟนก็บอกว่า “มีผู้หญิงใส่ชุดคุลมท้องสีขาวมายืนชี้หน้า บอกว่า มึงเห็นกู ทำไมมึงไม่จอด” ตอนนั้นผมไม่กล้าเล่าให้แฟนฟังว่า ผมก็เห็นแบบนั้นเหมือนกันเพราะเกรงว่าแฟนจะกลัว ก็เลยบอก นั่งสวดมนต์ไปนะ แฟนผมก็นั่งสวดมนต์ไปตลอดทาง และไม่กล้าหลับอีก

เหลืออีก 40 กิโลเมตรสุดท้ายที่จะเข้าถนนสายเอเชีย ช่วงนั้นเริ่มมีรถสวนเข้ามาบ้างละ ผมขับมาเรื่อย ๆ สักพักก็รู้สึกว่า ผมเหยียบอะไรสักอย่างไม่รู้ เพราะรถมันกระเดิดขึ้นมา และก็มีเสียงเหมือนเราชนอะไรที่กันชนด้านหน้าข้างซ้าย ตอนนั้นผมเข้าใจว่าชนหมาหรือเปล่า? ก็เลยจอดรถลงมาดู

ผมจอดรถลงมาดูกันชนด้านซ้าย ก้ม ๆ เงย ๆ ดูใต้รถ อยู่ ๆ มีลุงเดินมาพูดกับผมว่า “ไอ้หนุ่ม มึงหาอะไร?” ณ ตอนนั้นในหัวผมคิดเลยว่าลุงไม่น่าจะใช่คน ดึกขนาดนี้ คนอะไรจะมาอยู่แถวนี้ ผมไม่ตอบอะไรพูดแค่ว่า “เปล่าครับ” แล้วผมก็เดินกลับมาเพื่อที่จะขึ้นรถ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะเดินถึงประตูรถ ลุงก็หัวเราะขึ้นมา หึหึหึ และพูดว่า ไอ้หนุ่มเดี๋ยวลุงทำอะไรให้ดู

พูดจบ ลุงวิ่งผ่านหน้ารถผมไป กระโดดข้ามไปให้รถอีกฝั่งชน ผมนี้ตะลึงเลยครับ ร่างของลุงกระเด็นมาทางรถผม ผมเปิดประตูรถได้รีบกระโดดขึ้นรถทันที พอเข้ารถมา ผมก็นั่งหายใจแรง ๆ แฟนผมก็ถามว่า “เป็นอะไร” ผมก็บอกว่า “เดี๋ยวค่อยพูด” และผมก็ขับรถออกมาจากตรงนั้น

ขับรถออกมาได้สักพัก ผมก็มีรู้สึกเหมือนผมไปเหยียบอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว ผมก็เลยมองไปที่กระจกหลัง เห็นลุงแกนอนอยู่ที่พื้น และแกก็ลุกขึ้นยิ้มให้ผม พอผมขับเลยออกมาสักพักผมก็เลยเล่าให้แฟนฟังว่า ผมเห็นแบบนี้ ๆ แต่แฟนผมบอกว่า “ไม่มี เราว่าจะถามเธออยู่ว่าตอนลงไปดูรถเธอคุยกับใคร?”  สรุปผมเห็นคนเดียว

ตอนนั้นเหลือระยะทางอีกแค่ 40 กิโลก็จะเข้าถนนเส้นหลักสายเอเชีย ผมเหยียบอย่างเดียว ไม่จอด จนกระทั่งเข้าเส้นหลัก ยาวมาจนถึงบ้าน ผมรู้สึกโชคดีที่พวกเขาไม่ได้ตามผมมาถึงบ้าน พอเช้าวันรุ่งขึ้นผมก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พวกเขา

     ก็จบลงไปแล้ว สำหรับเรื่อง ตากฟ้า-ตาคลี เจออะไรห้ามทัก ห้ามจอด ฉะนั้น ถ้าเรามีความจำเป็นต้องใช้ถนนเส้นนี้ แล้วจู่ ๆ  GPS บอกว่ามีทางที่ประหยัดเวลาได้มากกว่าเดิม 10-15 นาที โดยให้ไปเส้นทางนี้ คุณจะไปไหม ผมบอกเลยว่า อย่า เพราะสมัยก่อนมันอาจจะเป็นทางที่สามารถไปได้ แต่พอกาลเวลาผ่านไป อาจมีการก่อสร้างบางสิ่งบางอย่างมากั้นก็เป็นได้ 

ใครที่กำลังมองหา เรื่องผี หรือกระทู้ผี เราขอแนะนำ THE STORY GHOST เว็บไซต์ที่ได้รวบรวมเรื่องเล่าผี และเรื่องราวสุดหลอนจากประสบการณ์จริง มีอัพเดตใหม่ทุกวัน ทั้งผีไทย และต่างชาติ ฉะนั้น ใครชอบเรื่องเล่าหลอน ๆ ต้องที่นี่เลยค่ะ